ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

SM2-03 : จัดกิจกรรมให้เหมาะกับเป้าหมาย

การจัดวางกิจกรรมทางการขายและการตลาดให้เหมาะสมกับประเภทของโรงแรม และวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้นั้น ควรจะเริ่มจากการตั้งเป้าหมายในภาพรวมก่อนว่าในแต่ละไตรมาสนั้น โรงแรมต้องการจะบรรลุเป้าหมายในเรื่องอะไร หรือมีประเด็นในเรื่องไหนที่โรงแรมยังอ่อนด้อย ยังไม่ได้ให้น้ำหนัก หรือยังไม่ค่อยมีกิจกรรมอะไรที่เกี่ยวข้องด้วย

เราอาจจะแบ่งกิจกรรมเป็นภาพใหญ่ ๆ ออกเป็น 4 ส่วนก็ได้ หรือใครจะแบ่งแยกย่อยมากกว่านี้ ก็แล้วแต่สะดวก วัตถุประสงค์คือเราต้องการเห็นภาพการขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าว่าเราได้วางกิจกรรมไว้สอดคล้องกับเป้าหมายที่เราต้องการจะเดินไปหรือไม่ อย่างไร

1) ว่าด้วยแบรนด์  ได้แก่การแสดงออกเพื่อให้ลูกค้ารับรู้ เรียนรู้เกี่ยวกับตัวสินค้าและบริการของเราในรูปแบบต่าง ๆ ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของเราผ่านทางสื่อหลากหลายรูปแบบ
2) ว่าด้วยการตลาด ได้แก่การแสวงหาช่องทางการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
3) ว่าด้วยการขาย ได้แก่ การทำให้เกิดการซื้อสินค้าและบริการของเราเมื่อเราเจาะเข้าถึงกลุ่มตลาดเป้าหมายแล้ว
4) ว่าด้วยทีมงาน ได้แก่ การเตรียมทีมปฏิบัติการในด้านต่างๆ เพื่อให้สามารถรองรับกิจกรรมทั้ง 3 ข้อข้างต้นได้อย่างราบรื่น และส่งต่อความประทับในบริการให้กับลูกค้าได้

บางครั้งเราอาจแยกไม่ออกว่าสิ่งที่เราได้ทำไปในแต่ละเดือนจะจัดอยู่ในหมวดหมู่ข้อไหน อันนี้ ก็ไม่ต้องกังวลอะไรไปจนเกินเหตุ  ให้เริ่มจากลองมานั่งไล่เรียงกิจกรรมที่ได้ดำเนินการผ่านมาว่าเราได้ทำอะไรไปบ้าง นับกันเป็นกิจกรรมกันไปเลย เช่น ในเดือนที่ผ่านมา เราโพสเฟสบุ๊ก 6 ครั้ง โพสอินสตาแกรม 8 ครั้ง เชิญบล๊อกเกอร์มาเข้าพัก 1 ครั้ง ลงบทสัมภาษณ์ในแม๊กกาซีนออนไลน์ 2  ครั้ง และอื่น ๆ  ให้รวบรวมมาเลยว่าเราทำอะไรไปบ้าง




แต่ละโรงแรมก็มักจะให้น้ำหนักในการทำกิจกรรมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้ แต่โรงแรมที่พักขนาดเล็ก มักไม่ค่อยได้มองถึงเป้าหมายมากนัก จะเน้นแต่ "การทำให้เกิดกิจกรรมขึ้น" ไว้ก่อน และหวังผลที่เกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นตามมาจากทุก ๆ กิจกรรมที่ใส่ลงไป


 แต่เมื่อมาพิจารณาสิ่งที่ทำลงไป ก็อาจจะเห็นภาพว่า ไม่ค่อยจะเข้ากับทิศทางของธุรกิจที่ควรจะเป็น หรือเมื่อพิจารณาลงไปในรายละเอียดก็จะพบว่า เนื้อหาที่ใช้สื่อสารนั้น เน้นหนักไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนมากเกินไป หรือละเลยจุดเด่นอื่นๆ ของโรงแรมคุณไปเพราะมัวแต่ไปให้ความสำคัญกับการได้ลงหนังสือ ลงโฆษณา ได้มีรูปของโรงแรมปรากฎลงบนสื่อ จนลืมเรื่อง "เนื้อหาสาระ" ที่ต้องการสื่อสารกับลูกค้าไป

ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้าในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ต้องการความรวดเร็ว ต้องการตอบสนองความต้องการในรูปแบบเฉพาะตัวมากขึ้น และต้องการการยอมรับในไลฟ์สไตล์ของตน ดังนั้น เนื้อหาสาระในการสื่อสารที่ควรจะบริหารจัดการให้สื่อออกไปให้กว้างขวางในสื่อทุกประเภท ได้แก่

1) ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ตั้ง และแหล่งท่องเที่ยว (Destination Information)
2) ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ (Product Information)
3) ข้อมูลที่สะท้อนไลฟสไตล์ของธุรกิจ (Lifestyle Information) เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าโรงแรมเรามีไลฟสไตล์ที่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหาอยู่


โดยสรุปแล้ว คงไม่ใช่แค่เรื่องความถี่ในการทำกิจกรรมทางการขายและการตลาด หากแต่เนื้อหาสาระที่สื่อออกไปถึงลูกค้าก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการรับรู้ เรียนรู้ และการพัฒนาทัศนคติที่ดีต่อสินค้า จนเกิดความสนใจและเกิดการซื้อ คือการจองห้องพักในที่สุด

ได้เวลากลับไปทบทวนกิจกรรมต่างๆของโรงแรมคุณกันแล้ว


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตั้งราคาอย่างไรให้ขายได้

โรงแรมที่พักขนาดเล็กจะตั้งราคาขายอย่างไร และควรจะตั้งราคาขายอย่างไรที่จะสามารถดึงดูดลูกค้าให้สนใจในตัวสินค้าและบริการได้ ก่อนที่จะตอบคำถามว่าเราควรจะตั้งราคาอย่างไร มีสิ่งที่ต้องย้อนกลับไปพิจารณาตั้งแต่ริเริ่มที่จะทำโครงการได้แก่ 1) การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญทั้งในเรื่องโอกาสทางธุรกิจและตัวเลขทางการเงินที่สำคัญ ทั้งเงินลงทุน ผลตอบแทนจากการลงทุน และช่องว่างทางการตลาดที่ตั้งใจจะเข้าไป 2) กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และกำลังซื้อของลูกค้า 3) คุณภาพของงานก่อสร้าง 4) งบประมาณในการลงทุนด้านการขายและการตลาด และ 5) คุณภาพของทีมงาน หลายโครงการมักตั้งต้นการตอบคำถามจาก "ราคาที่ต้องการ" หรือ "ราคาในใจ" เนื่องจากแรงผลักดันส่วนตัวว่า "ถ้าฉันจะทำโรงแรมที่พัก ฉันอยากขายห้องพักที่ราคา ......"  คือเอาราคาในใจมาเป็นตัวตั้งต้น  ถ้าเริ่มตั้งต้นความคิดในทำนองนี้ วิธีการมองการทำงานในระยะต่อๆมาก็มักจะมองด้วยความเบี่ยงเบน คือมองอะไรเห็นความเหมาะสมไปหมด และก็มักจะคิดในใจว่า "มันต้องขายได้สิ ออกจะสวย ดูดีขนาดนี้" สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ...

#SM1-02 : Channel Manager คืออะไร?

สมัยก่อนการที่โรงแรมที่พักขนาดเล็กจะเปิดขายห้องพักผ่านทางช่องทางการขายออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการขายผ่านทางเว็บไซต์ของโรงแรมโดยตรง หรือขายผ่านทางออนไลน์เอเย่นต์หรือ OTA (Online Travel Agent) เป็นไปด้วยความไม่สะดวกมากนัก ทั้งในด้านเวลาที่ต้องใช้ในการจัดการผ่านทางสัญญาณอินเตอร์เน็ทที่ยังไม่ค่อยมีความเสถียร ทั้งในเรื่องจำนวนห้องพักที่จำกัดของโรงแรมที่พักขนาดเล็ก ทำให้การจัดสรรห้องพักให้เพียงพอต่อการขายและความต้องการของเอเย่นต์ในแต่ละช่องทางการขายมีอุปสรรคและปัญหาในหลายๆกรณี เช่น มีห้องพัก 15 ห้อง อยากขายผ่านออนไลน์กับเอเย่นต์มากมายเกือบ 10 ราย แต่เมื่อมีห้องน้อย ก็ไม่กล้าที่จะเปิดห้องขายกับหลายเอเย่นต์ เพราะกลัวจะไม่สามารถจัดสรรห้องขายได้ตามที่ควรจะเป็น กลัวห้องล้น หรือขายห้องซ้ำกันเกิดเป็น Double booking หรือ overbooked ในช่วงเทศกาล  การเปิดปิดห้องพัก ต้องเข้าไปทำทีละเอเย่นต์ เพราะฉนั้นยิ่งทำสัญญาเปิดขายมากเอเย่นต์เท่าไหร่ ก็ต้องเข้าไปเปิดและปิดห้องพักทีละเอเย่นต์เป็นต้น หลายปีที่ผ่านมามีโปรแกรมที่เข้ามาช่วยจัดสรรการขายในแต่ละช่องทางการขายเกิดขึ้นและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว หรื...

SM3-02 : โรงแรมเล็ก ทำตลาดออนไลน์อย่างไรให้ปัง

คำถามพบบ่อยอีกคำถามคือ โรงแรมเล็กจะต้องทำการตลาดอย่างไรให้ปัง ก่อนจะทำให้ปัง อยากให้เริ่มมาตรวจเช็คสุขภาพกันก่อนว่าปัจจุบันโรงแรมของคุณ ทำอะไรไปแล้วบ้าง หรือยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่อยากจะปัง อยากจะดังในโลกออนไลน์ เบื้องต้นทำความเข้าใจกันก่อนว่า คำแนะนำนี้สามารถนำไปปรับใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นบูติกโฮเต็ล โฮสเทล โฮมสเตย์ บ้านพักตากอากาศ โรงแรมขนาดเล็กในเมือง หรือรีสอร์ทขนาดเล็ก ขอเพียงตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าทำไมเราถึงต้องลุกขึ้นมาปรับตัวในเรื่องการตลาดออนไลน์ สิ่งที่ต้องย้ำอีกครั้งคือ เวลาพูดถึงตลาดออนไลน์ การตลาดออนไลน์ ไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างแฟนเพจ หรือการโพสรูปลงบนอินสตาแกรมเท่านั้นนะ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวข้อง แต่ในครั้งนี้จะเน้นอะไรที่เราสามารถทำได้เองก่อน หลัก ๆ ของการทำการตลาดออนไลน์ ก็คือ เราต้องการให้ลูกค้ารู้จักเรามากขึ้น เห็นเรามากขึ้น และหวังว่าจะได้มาเป็นลูกค้าผู้ใช้บริการและเกิดความประทับใจนำไปบอกต่อให้เรา เรามาเริ่มเช็คสุขภาพกันไปทีละข้อกันดีกว่า 1. คุณมีเว็บไซต์แล้วหรือยัง ? บางทีเราก็ตกใจนะเวลาลูกค้าบอกว่า "เราไม่ทำเว็บไซต์ เราใช้แค่หน้าเฟซบุ๊กกับอิ...